หมอธีระเตือนผู้ป่วยสะสมใกล้ 5 แสนราย ส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิตเป็นผู้สูงอายุ แนะทุกคนร่วมป้องกัน ลดเสี่ยงแพร่เชื้อส่งต่อคนในบ้าน หลายประเทศรายงานพบอาการ NB.1.8.1 หรือ Nimbus เจ็บคอเหมือนใบมีดโกนกรีด
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanart ระบุถึง สถานการณ์โควิด-19 เช้านี้ จำนวนเคสผู้ป่วยไปรักษาที่รพ. ในระบบรายงานนั้น ใกล้ 500,000 รายแล้ว ยังไม่นับผู้ป่วยจำนวนมากที่ตรวจพบว่าติดเชื้อ ป่วย แต่ไม่ได้ไปรักษาที่รพ. หรือไม่ได้รายงานเข้าระบบ เสียชีวิตไป 158 ราย มีทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เด็กเล็กไปถึงสูงอายุ ส่วนใหญ่กว่า 80% ของคนที่เสียชีวิตเป็นคนสูงอายุ 16% เป็นช่วงวัยทำงาน ที่เหลือเป็นเด็กและวัยรุ่น
โดยก่อนหน้านี้ คุณหมอธีระ ได้โพสต์ถึงอาการโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 หรือ Nimbus ว่า ช่วงนี้เราอาจเห็นข่าวจากสื่อมวลชนแถบจีน อินเดีย อเมริกา และยุโรป เกี่ยวกับอาการเจ็บคอมาก จากการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 หรือ Nimbus โดยระบุว่าอาการเจ็บคอมากนั้นเปรียบเหมือนโดนใบมีดโกนกรีด หรือ Razor blade throat
อย่างไรก็ตาม ให้ทราบไว้ว่าอาการเจ็บคอนั้นเกิดขึ้นได้ในหลายโรค ทั้งคออักเสบ หรือติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น ๆ ส่วนความรุนแรงมากน้อยก็แตกต่างกันไปในแต่ละโรคและแต่ละคน ยังไม่มีข้อมูลศึกษาทางการแพทย์ชัดเจนว่า อาการลักษณะดังกล่าวจะพบมากน้อยเพียงใดในสายพันธุ์ Nimbus นี้เมื่อเทียบกับสายพันธุ์ก่อน และโรคอื่น ๆ เท่าที่สังเกตดูก็พบคนเจ็บคอมากพอสมควร ร่วมกับอาการอื่นที่เราล้วนทราบกัน อาทิ ไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ไอ คัดจมูก น้ำมูก รวมถึงท้องเสียด้วย
คุณหมอธีระ ยังเปิดเผยต่อว่า ในบรรดาผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 กว่าร้อยราย ช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา หากดูข้อมูลจะพบว่าราว 80% เป็นผู้สูงอายุ อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ฟังดูเผิน ๆ เราคงเข้าใจกันได้ว่า เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยง ร่างกายไม่เหมือนวัยหนุ่มสาว สมรรถนะร่างกายอาจถดถอยลง และมักมีโรคประจำตัว จึงทำให้เวลาติดเชื้อแล้ว ป่วยรุนแรงได้ง่าย และมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าวัยอื่น แต่ถ้าฉุกคิดกันสักนิด คำถามที่เราควรคิดควบคู่กันไปด้วยคือ ทั้งสัดส่วน และจำนวนผู้เสียชีวิตในวัยสูงอายุนี้ เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อที่ควรจะป้องกันได้มิใช่หรือ
เหตุใดจึงมีการติดเชื้อกันมากในกลุ่มวัยสูงอายุ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นนี้ล่ะ เป็นจากการปฏิบัติตัวเรื่องการป้องกันของท่าน ที่ไม่เพียงพอ ระหว่างใช้ชีวิตประจำวันภายนอกบ้าน หรือมาจากการได้รับเชื้อแพร่จากสมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อนฝูงคนรู้จักที่มาเยี่ยมเยียน คลุกคลีใกล้ชิด ส่วนตัวเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้แล้วหนักใจ ไม่อยากให้เราทุกคนวางเฉยเมื่อเห็นตัวเลขกลุ่มสูงอายุเสียชีวิตในจำนวนและสัดส่วนที่มากดังในปัจจุบัน หรือมองว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง โดยทำอะไรต่อไม่ได้ ย้ำอีกครั้งว่าโควิด-19 เป็นโรคที่ป้องกันได้ ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อแพร่เชื้อระหว่างกันได้
ปัญหาจริงมันอยู่ตรงที่ว่า ปรากฏการณ์ที่เป็นอยู่นี้ ตอกย้ำว่า เราสามารถดูแลกลุ่มผู้สูงอายุได้ดีมากกว่านี้ ปลอดภัยมากกว่านี้ หากทุกคนช่วยกัน ไม่ใช่หวังให้ผู้สูงอายุปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันแต่เพียงฝ่ายเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนฝูงญาติมิตร รวมถึงพนักงานบริการตามห้างร้านต่าง ๆ ก่อนไปคลุกคลี เยี่ยมเยียน หรือดูแลบริการ ถ้าเราช่วยกันใส่ใจ ป้องกันตัวกันคนละไม้คนละมือ เราจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกลุ่มผู้สูงอายุลงได้ครับ เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ 100% ในยามระบาดหนักชุกชุมเช่นนี้ ว่า เราจะมีโอกาสแพร่ไปให้ผู้สูงอายุหรือไม่
แหล่งที่มา : https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1/250837


