ผู้สูงอายุเช็กด่วน! แจกเงิน 10,000 โอนไม่สำเร็จ 4 หมื่นราย แนะผูกพร้อมเพย์


นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางได้ดำเนินการจ่ายเงิน 10,000 บาท ให้แก่กลุ่มเป้าหมายในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านแอปทางรัฐฯ แล้ว จำนวน 3,025,596 ราย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2568 โดยโอนเงินสำเร็จจำนวน 2,825,076 ราย  คิดเป็น 93.37% และโอนเงินไม่สำเร็จจำนวน 200,520 ราย คิดเป็น 6.63%

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2568 กรมบัญชีกลางได้สั่งจ่ายเงินในรอบการจ่ายเงินซ้ำ (Retry) ครั้งที่ 1 ให้แก่กลุ่มเป้าหมายจำนวน 199,919 ราย ซึ่งเป็นจำนวนสุทธิหลังหักผู้ถูกระงับสิทธิเนื่องจากเสียชีวิต โดยโอนเงินสำเร็จจำนวน 158,712 ราย และยังโอนเงินไม่สำเร็จอีก 41,207 ราย 

ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า สาเหตุที่โอนเงินไม่สำเร็จ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ คิดเป็น 96.49% ยังไม่ลงทะเบียนสมัครพร้อมเพย์เพื่อผูกบัญชีเงินฝากกับเลขประจำตัวประชาชน และสาเหตุอื่น ๆ คิดเป็น 3.51% ได้แก่ บัญชีธนาคารไม่เคลื่อนไหว บัญชีธนาคารถูกปิด เลขที่บัญชีไม่ถูกต้องหรือบัญชีธนาคารติดเงื่อนไข และไม่มีบัญชีธนาคาร

โดยกระทรวงการคลังจะมีการจ่ายเงินซ้ำ (Retry) อีกจำนวน 2 ครั้งเท่านั้น จึงขอให้ประชาชนผู้ได้รับสิทธิเข้าไปตรวจสอบผลการจ่ายเงินผ่านทางแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” โดยหากปรากฏผลว่า โอนเงินไม่สำเร็จให้ประชาชนเร่งติดต่อธนาคารเพื่อดำเนินการผูกพร้อมเพย์กับบัญชีเงินฝากด้วยเลขประจำตัวประชาชน

ส่วนประชาชนที่เคยผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนแล้วให้ติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบบัญชีดังกล่าวว่ามีปัญหาใด เช่น บัญชีธนาคารถูกปิด บัญชีธนาคารติดเงื่อนไข บัญชีธนาคารไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เป็นต้น และขอแก้ไขตามแต่ละกรณี โดยอาจจำเป็นต้องผูกพร้อมเพย์กับบัญชีใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าพร้อมรับเงินในรอบถัดไป 

จ่ายซ้ำครั้งที่ 2 วันที่ 28 มี.ค.2568 ต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนภายในวันที่ 25 มี.ค.2568

จ่ายซ้ำครั้งที่ 3 วันที่ 28 เม.ย.2568 ต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนภายในวันที่ 25 เม.ย.2568

ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดการจ่ายเงินซ้ำ ครั้งที่ 3 แล้ว กระทรวงการคลังจะยุติการจ่ายเงินให้แก่กลุ่มเป้าหมาย และถือว่ากลุ่มเป้าหมายไม่ประสงค์รับเงินภายใต้โครงการฯ

    

สำหรับผู้มีสิทธิอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นบุคคลล้มละลายสามารถขอรับเงินตามโครงการฯ ได้ โดยต้องไปกรอกแบบฟอร์มขออนุญาตเปิด/ใช้บัญชีเพื่อรับเงินตามโครงการฯ โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ของกรมบังคับคดี และจัดส่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการ ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะดำเนินการกรอกแบบฟอร์มถึงธนาคาร เพื่อขอให้ธนาคารเปิดบัญชีให้บุคคลล้มละลาย หรือยกเลิกการอายัดบัญชีของบุคคลล้มละลาย เพื่อรับเงินตามโครงการฯ 

ขณะนี้ภาครัฐได้จ่ายเงิน 10,000 บาท ให้แก่กลุ่มเป้าหมายแล้วรวมทั้งสิ้น 2,983,788 ราย ทำให้มีเม็ดเงินจากโครงการฯ หมุนเวียนสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวน 29,837.88 ล้านบาท ขอให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับเงินส่วนนี้แล้ว วางแผนการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเองและครอบครัวต่อไป

 



แหล่งที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1169275

  • ข่าวต้นฉบับ

แชร์

Facebook
Twitter
Email
พิมพ์
ให้คะแนน

ข่าวล่าสุด

วันนี้ผมพาพี่ ๆ พามาดูให้เคลียร์ที่ศูนย์บริการผู้สูงอายุดินแดง จุดรวมตัวของพี่ ๆ วัยเกษียณ 🏡👵🏻👴🏻 ที่นี่เป็นศูนย์การจัดสวัสดิการทางสังคม ที่ดูแลผู้สูงวัยแบบครบวงจรของกรุงเทพมหานครที่ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุให้มีสุขภาพทั้งกายและจิตใจที่ดี มีบริการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน Day Center บริการสโมสรผู้สูงอายุ แบบไปเช้า – เย็นกลับ มีกิจกรรมดี ๆ และบริการด้านกายภาพบำบัด Day Service บริการดูแลผู้สูงอายุระหว่างวัน แบบไปเช้า 📱 ติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทร 02 246 8662 และสามารถติดตามตารางกิจกรรมฝึกอาชีพและอื่น ๆ ได้ที่ Facebook page ศูนย์บริการผู้สูงอายุดินแดง คลิกลิงก์นี้ได้เลย ! https://www.facebook.com/profile.php?id=61552813866157 #กทม #สุขภาพดี #สังคมดี #9ด้าน9ดี #กรุงเทพดีได้ทุกด้าน #bangkokbma #ศูนย์บริการผู้สูงอายุดินแดง

อ่านต่อ »