สิทธิผู้สูงอายุไทย – มติชนสุดสัปดาห์


บทความพิเศษ | นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน

ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย

ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

สิทธิผู้สูงอายุไทย

ประเทศไทยเริ่มตระหนัก และวางแผนเรื่องผู้สูงอายุมาตั้งแต่ พ.ศ.2525

หมุดหมายสำคัญคือการได้มีโอกาสไปร่วมประชุมสมัชชาผู้สูงอายุโลกครั้งแรกในปีดังกล่าว โดยมีการเตรียมการอย่างเป็นระบบ ด้วยการเขียนแผนผู้สูงอายุระยะยาวฉบับแรก พ.ศ.2525-2544 ทำให้การดำเนินการเรื่องผู้สูงอายุของประเทศไทยเริ่มต้นอย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับแนวทางของสากล โดยความร่วมมือระหว่างรัฐและภาคประชาสังคม

ภาครัฐมีจุดแข็งที่มีทรัพยากรมากทั้งกำลังคน กำลังเงิน และอำนาจตามกฎหมาย แต่จุดอ่อนคือระบบการเมืองของประเทศยังไม่เข้มแข็ง และผู้บริหารภาครัฐมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้นโยบายการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงบ่อยตามกระแสเหตุการณ์และความสนใจของผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ

ขณะที่ภาคประชาสังคมขาดทรัพยากรทั้งกำลังคน กำลังเงิน และอำนาจตามกฎหมาย แต่มีจุดแข็งที่สามารถรักษาความต่อเนื่อง ให้การสนับสนุน หรือบางกรณีอาจเป็นฝ่ายกระตุ้นหรือชี้นำภาครัฐได้

ดังมาร์กาเรต มีด นักมานุษยวิทยาอเมริกันที่มีชื่อเสียง ได้สรุปไว้ในหนังสือ “เกวียนอพยพและดวงดารา” อธิบายปัจจัยความเจริญรุ่งเรืองของสหรัฐว่า เกิดจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

(1) หีบบัตรเลือกตั้ง เพราะสหรัฐมีการเลือกตั้งในหลายระดับและบ่อยครั้ง ทำให้การเมืองต้องตอบสนองต่อความต้องการผ่านการลงคะแนนเสียงของประชาชน

(2) ศาลที่ยุติธรรม เพราะระบบนิติศาสตร์ของประเทศเข้มแข็ง ภาควิชาการและสื่อมวลชนมีบทบาทสูงสามารถวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินของศาลได้อย่างมีคุณภาพ ทำให้ผู้ใช้อำนาจตุลาการต้องยึดหลักนิติธรรม นิติรัฐ และนิติวิธีอย่างโปร่งใส

และ (3) ความเป็นชุมชนของภาคพลเมืองชาวอเมริกันที่มีความเข้มแข็งตั้งแต่แรกเริ่ม ที่ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ไปขึ้นฝั่งทวีปอเมริกาได้วางกติกาชุมชนร่วมกัน และสมาชิกต่างมีบทบาทในการรักษากติกา จนทำให้สามารถสร้างชุมชนที่เข้มแข็งปลดแอกจากเจ้าอาณานิคมคืออังกฤษได้

และสร้างประเทศจนเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกสืบมาจนปัจจุบัน

สมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ ได้มีบทบาทร่วมกับภาครัฐ ทำงานด้านผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง โดยสอดคล้องกับนโยบายและแนวทางของสากลสืบมา

ในปี พ.ศ.2542 สหประชาชาติได้ประกาศให้เป็นปีผู้สูงอายุสากล (International Year of Older Person 1999) และได้ประกาศหลักการเคารพสิทธิผู้สูงอายุ ว่าผู้สูงอายุสมควรได้รับความเอาใจใส่จากสังคมในด้านต่างๆ ได้แก่

(1) ความเป็นอิสระ (Independence)

(2) การมีส่วนร่วม (Participation)

(3) การดูแลเอาใจใส่ (Care)

(4) การพึงพอใจในตนเอง (Self-fulfilment)

(5) ความมีศักดิ์ศรี (Dignity)

และได้ประกาศหลักการเคารพสิทธิของผู้สูงอายุไว้ 18 ข้อ ดังนี้

1. ผู้สูงอายุควรจะได้รับอาหาร น้ำ ที่พักอาศัย เครื่องนุ่งห่ม และการดูแลสุขภาพอย่างเพียงพอ โดยการมีรายได้ การสนับสนุนของครอบครัวและชุมชน และการช่วยเหลือตัวเอง

2. ผู้สูงอายุควรได้รับโอกาสในการทำงาน หรือสามารถได้รับรายได้อื่นๆ

3. ผู้สูงอายุควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าเมื่อใดจะต้องพ้นจากการทำงาน

4. ผู้สูงอายุควรได้รับการฝึกอบรมและการศึกษาตามความเหมาะสม

5. ผู้สูงอายุควรที่จะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่สงบ ปลอดภัย ด้วยความพึงพอใจตามกำลังความสามารถ

6. ผู้สูงอายุควรที่จะได้อาศัยอยู่ในบ้านของตนเอง ตลอดระยะยาวนานเท่าที่เป็นไปได้

7. ผู้สูงอายุควรได้มีส่วนร่วมในการกำหนดและดำเนินงานตามนโยบายต่างๆ ที่จะส่งผลโดยตรงต่อความเป็นอยู่ที่ดีของตน และสามารถถ่ายทอดความรู้และทักษะให้กับชนรุ่นหลังได้

8. ผู้สูงอายุควรที่จะได้รับการพัฒนาโอกาสต่างๆ เพื่อให้บริการแก่ชุมชน และเป็นอาสาสมัครในตำแหน่งที่เหมาะสมตามความสนใจ และกำลังความสามารถของตน

9. ผู้สูงอายุควรมีบทบาทที่จะจัดตั้งกลุ่มหรือสมาคมของผู้สูงอายุเองได้

10. ผู้สูงอายุควรได้รับการดูแลจากครอบครัวและชุมชน และได้รับการคุ้มครอง

11. ผู้สูงอายุควรได้รับการดูแลรักษาสุขภาพอนามัยเพื่อให้ได้รับการฟื้นฟูทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ให้ดีขึ้น เพื่อเป็นการป้องกัน หรือชะลอการเจ็บป่วยในระยะเริ่มต้น

12. ผู้สูงอายุควรได้รับโอกาสในการเข้าถึงบริการทางสังคมและกฎหมาย เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการเป็นอิสระ การคุ้มครอง และได้รับการดูแล

13. ผู้สูงอายุควรได้รับการดูแล คุ้มครอง ฟื้นฟู และส่งเสริมทางด้านสังคมและจิตใจอย่างเหมาะสม จากสถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุที่มีสภาพแวดล้อมที่มั่นคง

14. ผู้สูงอายุควรได้รับสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิต

15. ผู้สูงอายุควรได้รับโอกาสพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มความสามารถ

16. ผู้สูงอายุควรได้รับโอกาสในการศึกษา วัฒนธรรม จิตใจ และกิจกรรมนันทนาการของสังคม

17. ผู้สูงอายุควรดำรงชีวิตอยู่ด้วยศักดิ์ศรีได้อย่างปลอดภัย โดยปราศจากการถูกแสวงหาผลประโยชน์และถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ

18. ผู้สูงอายุควรได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมตามสถานภาพและภูมิหลัง และมีอิสระในการช่วยเหลือตนเองทางด้านเศรษฐกิจ

ในปีดังกล่าวประเทศไทยก็ได้ดำเนินการประกาศปฏิญญาผู้สูงอายุไทย ในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งของปวงชนชาวไทย





แหล่งที่มา : https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_853982

  • ข่าวต้นฉบับ

แชร์

Facebook
Twitter
Email
พิมพ์
ให้คะแนน

ข่าวล่าสุด